Book Now
Empathy Sauce SOULSMITH By Empathy Sauce
  • +66-93-629-6639
  • contact@empathysauce.com
คอร์ส

บริการการสร้างการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากร

1.1 หลักสูตรสำหรับผู้บริหาร Leader Package 

ออกแบบมาเพื่อพัฒนาผู้บริหารและหัวหน้าให้มีอาวุธทางทักษะรอบด้าน สำหรับการนำทีมในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงเชี่ยวชาญด้านงาน แต่ยังสามารถเข้าใจและเชื่อมต่อกับทีมอย่างลึกซึ้ง 

หลักสูตรนี้เน้นฝึกการสื่อสารด้วยความเข้าอกเข้าใจ (Empathetic Communication) และการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety) เพื่อให้สมาชิกทีมกล้าแสดงความคิดเห็น แบ่งปันไอเดีย และรู้สึกมีส่วนร่วม จนสามารถพัฒนาทีมสู่ High-Performance Team และเสริมการยืดหยุ่นทางความคิด (Mindset Flexibility) ให้ผู้นำสามารถปรับมุมมองและกรอบความคิดได้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ เรียนรู้กรอบความคิดหลากหลายเพื่อมองเห็นโอกาสและทางออกใหม่ ๆ

นอกจากนี้ ผู้นำยังต้องมีทักษะการจัดการ (Management Skills) ไม่ใช่เพียงการจัดการงาน แต่รวมถึงการจัดการอารมณ์ จัดการความสัมพันธ์ และรับมือความเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ

**ซึ่งในหลักสูตรนี้จะมีหัวข้อที่เรียนรู้ด้วยกันทั้งหมดอีก 4 หัวข้อใหญ่

1. การสื่อสารอย่างเข้าอกเข้าใจและมีประสิทธิภาพ Empathetic and Effective Communication (EE Communication) 

Empathetic and Effective Communication, The Art of Giving Feedback, Generation Gap: How Empathy Can Fill the Gap, Listening: Collaborative Communication

หัวข้อนี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจและเห็นความสำคัญของการสื่อสารอย่างเข้าอกเข้าใจ  ที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพการทำงานและการสื่อสาร รวมถึงความสัมพันธ์ภายในองค์กร เนื่องจากเป็นการสื่อสารที่เปิดกว้างในเรื่องของความคิด การมองเห็นและการทำความเข้าใจในสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังพบเจอ ทำให้คนในองค์กรเกิดความเข้าใจในการทำงานมากขึ้นและเป็นการสื่อสารที่ช่วยลดความขัดแย้ง

เหมาะกับใคร : 

  • ผู้บริหารและหัวหน้าทีมที่ต้องการพัฒนาการสื่อสารอย่างเข้าอกเข้าใจและมีประสิทธิภาพ 
  • ผู้นำที่ต้องการเข้าใจและเชื่อมช่องว่างระหว่างวัยในทีม 
  • ทีมงานที่ต้องการเสริมทักษะการฟังเชิงลึก การให้ Feedback และสร้างความร่วมมือด้วย Empathetic Communication

 สิ่งที่จะได้รับ :  

  ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้และฝึกใช้ Empathy Mindset และ Outward Mindset ปรับการสื่อสารให้เข้าใจผู้อื่น พร้อมฝึกทักษะการตั้งคำถาม การฟังอย่างแท้จริง และการให้ Feedback รวมถึงเข้าใจ Generation Gap และบทบาทของ Empathy ในการเชื่อมความแตกต่างระหว่างวัย เพื่อสร้างการสื่อสารที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในทีม

2. ความปลอดภัยทางจิตใจในการทำงาน 

Psychological Safety in the Workplace

หัวข้อนี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นความสำคัญของ Psychological Safety ว่ามีความสำคัญอย่างไรกับคนทำงานและเราจะช่วยสร้างหรือขับเคลื่อนการทำงานให้มีความปลอดภัยทางจิตใจได้อย่างไรบ้าง

เหมาะกับใคร : 

  • ผู้บริหารและหัวหน้าทีมที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยทางจิตใจ เพื่อให้ทีมสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูง (high performance team) 
  • ทีมงานและองค์กรที่สนใจพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานที่สนับสนุนการเรียนรู้และการสื่อสารอย่างเปิดใจ 
  • ผู้นำที่ต้องการเข้าใจปัจจัยและเครื่องมือในการสร้างความปลอดภัยทางใจให้ทีมสามารถแสดงความคิด ความรู้สึก และข้อเสนอแนะได้อย่างเปิดกว้าง

 สิ่งที่จะได้รับ : 

ผู้เข้าร่วมจะตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจในการทำงานร่วมกับผู้อื่น พร้อมเรียนรู้วิธีปฏิบัติและสามารถนำทักษะเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้จริงในงาน รวมทั้งเกิดความเข้าใจในหลักการของความปลอดภัยทางจิตใจ เพื่อเสริมสร้างทักษะส่วนบุคคลและการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ทักษะกรอบความคิด Mindset Skills

16 Mindsets for Better Decision Making: Cognitive Flexibility

หัวข้อที่จะพาผู้เข้าร่วมไปเรียนรู้วิธีปรับเปลี่ยนวิธีคิดด้วยชุด Mindset 16 แบบเพื่อการเลือกใช้มุมมองที่หลากหลายในชีวิต สำหรับชีวิตที่เลือกได้ ปรับเปลี่ยนได้ และเปิดทุกความเป็นไปได้ให้กับตัวเองเมื่อเจอสถานการณ์ต่าง ๆ

เหมาะกับใคร : 

  • ผู้นำและผู้บริหารที่ต้องการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และเข้าใจมุมมองที่หลากหลาย รวมถึงต้องการปรับหรือยืดหยุ่น Mindset เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาและการอ่านสถานการณ์ 
  • ผู้นำหรือหัวหน้างานที่ต้องใช้ทักษะการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่จะได้รับ : 

ผู้เข้าร่วมจะได้ฝึกฝนการทำงานกับ Mindset ของตนเอง พร้อมทดลองใช้ Mindset อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในการจัดการปัญหาในอนาคต สามารถเข้าใจและปรับเปลี่ยน Mindset ของตนเองได้เมื่อต้องการ อีกทั้งเพิ่มความเข้าใจและความยืดหยุ่นความคิดตามแต่ละสถานการณ์

4. ทักษะการจัดการ Management Skills

Emotional Management

         หัวข้อนี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจและเรียนรู้สิ่งที่ทำให้เกิดการจัดการทางอารมณ์ เพื่อการทำงานกับตนเองและลดอุปสรรคต่อการสื่อสารในการทำงานร่วมกัน

เหมาะกับใคร : 

  • หัวหน้าและผู้บริหารที่ต้องการพัฒนาทักษะการจัดการอารมณ์ของตนเอง เพื่อการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ลดความเครียด และควบคุมการตอบสนองในสถานการณ์ยากลำบาก รวมทั้งต้องการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในทีม สร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัย ลดความขัดแย้งจากอารมณ์ และส่งเสริมความร่วมมือ

สิ่งที่จะได้รับ : 

ผู้เข้าร่วมจะได้เข้าใจอารมณ์และเพิ่มความตระหนักรู้ในตนเอง พัฒนาทักษะสื่อสารและเสริมความยืดหยุ่นทางอารมณ์ พร้อมสามารถสนับสนุนทีมด้วย Emotional Support สร้างแรงใจให้ตัวเองและทีม และจัดการสมาชิกทีมในสถานะอารมณ์ต่าง ๆ อย่างเข้าอกเข้าใจ

 

Conflict Management

        หัวข้อนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมทำความเข้าใจธรรมชาติและประเภทของความขัดแย้ง พร้อมกับเรียนรู้วิธีการวิเคราะห์และแก้ไขความขัดแย้งอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เข้าร่วมจะได้พัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเข้าอกเข้าใจ เพื่อสร้างความเข้าใจ และเปิดพื้นที่ปลอดภัยบนความขัดแย้ง รวมถึงเรียนรู้หลักการฟังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เกิดการฟังอย่างเข้าใจในแต่ละฝ่าย นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้แนวทางการจัดการความขัดแย้งและศิลปะในการตั้งคำถามเพื่อเข้าใจความต้องการของทีม 

เหมาะกับใคร : 

  • ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ และหัวหน้าทีม ที่ต้องรับผิดชอบการบริหารคน รวมถึง ผู้นำที่ต้องตัดสินใจในสถานการณ์มีความเห็นต่างหรือความตึงเครียดในทีม 
  • หัวหน้างานที่ต้องการพัฒนาทักษะการสื่อสาร การเจรจา และการจัดการความขัดแย้งอย่างเป็นระบบ 
  • ผู้ที่ต้องการ สร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัย มีทีมที่เชื่อใจร่วมงานกัน และลดปัญหาความขัดแย้งที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพองค์กร

สิ่งที่จะได้รับ : 

        ผู้เข้าร่วมจะได้เข้าใจธรรมชาติและประเภทของความขัดแย้ง พร้อมมองเห็นสาเหตุที่แท้จริง ทำให้สามารถจัดการได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ เรียนรู้แนวทางในการจัดการความขัดแย้ง และสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ในองค์กร รวมถึงได้ฝึกใช้ เครื่องมือเชิงปฏิบัติจริง และแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เข้าร่วมท่านอื่น ทำให้เปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ และนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน

 

Relationship Management

        หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถสื่อสารและจัดการความสัมพันธ์กับทีมอย่างมีความเข้าอกเข้าใจ สร้างบรรยากาศการทำงานที่มีความปลอดภัย เคารพในความแตกต่าง และเสริมสร้างความไว้วางใจระยะยาวในทีม

เหมาะกับใคร : 

  • ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการและหัวหน้าทีม ที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในทีม ส่งเสริมความร่วมมือ รักษาความสัมพันธ์ระยะยาว        และเพิ่มความพึงพอใจรวมถึงแรงจูงใจในการทำงานของสมาชิก

 สิ่งที่จะได้รับ : 

ผู้เข้าร่วมจะได้พัฒนาทักษะการสื่อสารและการจัดการความสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัย เคารพความแตกต่าง เสริมความไว้วางใจ และส่งเสริมการทำงานร่วมมือภายในทีม

 

Change Management

        หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้วิธีจัดการการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการวางแผนและสื่อสารกับทีมบนพื้นฐานความเข้าอกเข้าใจ สร้างความร่วมมือและความเข้าใจในทีม เพิ่มความยืดหยุ่นและความพร้อมปรับตัวของพนักงาน ลดความสับสนและความต้านทาน สร้างความเชื่อมั่น ลดความเสี่ยงจากความขัดแย้ง และทำให้ทีมสามารถปรับตัวพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

เหมาะกับใคร : 

  • หัวหน้า ผู้จัดการ และผู้บริหารที่ต้องบริหารทีมและองค์กรในช่วงการเปลี่ยนแปลงหรือจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในอนาคต ต้องการพัฒนาทักษะการสื่อสาร การสร้างความร่วมมือ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ทีมสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ใหม่ได้อย่างราบรื่น

 สิ่งที่จะได้รับ : 

ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธีจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ วางแผนและสื่อสารกับทีม

บนพื้นฐานความเข้าอกเข้าใจ สร้างความร่วมมือและความไว้วางใจ ลดความสับสน ความต้านทาน และความเสี่ยงจากความขัดแย้ง ทำให้ทีมปรับตัวและรักษาประสิทธิภาพได้ต่อเนื่อง

1.2 หลักสูตรความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน People Well-being

ออกแบบมาเพื่อมอบเครื่องมือและทักษะในการดูแลใจของตัวเองให้ผู้เข้าร่วมสามารถรับมือกับความเครียด ความกังวล และความท้าทายในชีวิตและการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธีพัฒนาความตระหนักรู้ในตัวเอง เสริมสร้างความมั่นคงทางจิตใจ และสร้างความยืดหยุ่นในการทำงานและชีวิตประจำวัน

**ซึ่งในหลักสูตรนี้จะมีหัวข้อที่เรียนรู้ด้วยกันทั้งหมดอีก 8 หัวข้อ

1. Stress Management and Mental Well-Being

        หัวข้อนี้พาไปสำรวจกระบวนการทำงานที่เอื้อให้เกิดการรู้ตัว (Self-Awareness) การสะท้อนกลับเพื่อความเข้าใจ (Self-Reflection) และนำไปสู่การคลี่คลาย ผ่อนคลาย และได้ไอเดียในการจัดการสิ่งที่คั่งค้างเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการความเครียดของตนเองในอนาคต

เหมาะกับใคร : 

  • พนักงานทุกระดับและผู้นำในองค์กร โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความกดดันสูง ต้องรับมือกับงานหลายด้าน หรือมีภาระงานที่ทำให้เกิดความตึงเครียดเป็นประจำ 
  • พนักงานที่ต้องการทักษะในการดูแลใจตัวเอง จัดการกับความเครียดให้ดีขึ้น เพื่อสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัย

 สิ่งที่จะได้รับ : 

        ผู้เข้าร่วมจะได้เข้าใจกลไกการเกิดความเครียดและรับรู้ระดับความเครียดของตนเอง พร้อมมี เครื่องมือสำหรับสังเกตและสำรวจความเครียด และเรียนรู้ เทคนิคหลากหลายในการจัดการความเครียด เพื่อนำไปปรับใช้กับตัวเองอย่างเหมาะสม

2. Anxiety Management

        “Anxiety” หรือความวิตกกังวล เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อเรากำลังเผชิญกับสถานการณ์คุกคาม ที่ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นคง หวาดหวั่น และก่อเกิดเป็นความเครียด จนส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน แต่หากเรารู้เท่าทันและมีวิธีการรับมือกับมัน ก็จะสามารถก้าวผ่านความวิตกกังวลครั้งนี้ไปได้

เหมาะกับใคร :

  • ผู้ที่มักวิตกกังวลหรือเครียดจากสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในที่ทำงานและชีวิตประจำวัน 
  • ผู้ที่ต้องการเรียนรู้วิธี จัดการหรืออยู่กับความวิตกกังวล เพื่อให้สามารถ ทำงานและใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นใจ

 สิ่งที่จะได้รับ : 

ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธี รู้เท่าทันความวิตกกังวล พร้อมเทคนิคและเครื่องมือในการ จัดการอารมณ์และความคิด ให้สามารถรับมือกับสถานการณ์กดดันได้ดีขึ้น ลดความเครียด และเพิ่มความมั่นใจในการทำงานและชีวิตประจำวัน

3.Cognitive Fitness through Physical Movement

        หัวข้อนี้นำกระบวนการของศิลปะการเคลื่อนไหวทางสรีระร่างกายที่จะช่วยส่งเสริมกระบวนการรู้คิดของสมอง (Cognitive Fitness) และทำให้เกิดการตระหนักรู้ของร่างกาย (Body Awareness) ตนเองเพิ่มมากขึ้น

เหมาะกับใคร : 

  • พนักงานทุกระดับและผู้นำในองค์กร โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้านการคิดและการตัดสินใจ 
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มสมาธิและความตระหนักรู้ในร่างกายเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคิดแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์

 สิ่งที่จะได้รับ : 

ผู้เข้าร่วมจะได้เข้าใจบทบาทของการพัฒนาสมองและความสำคัญต่อการทำงานและชีวิตประจำวัน พร้อมพัฒนาความตระหนักรู้ของร่างกาย  (Body Awareness)   ผ่านการสังเกตร่างกายและเชื่อมโยง

การเคลื่อนไหวกับความคิดและได้ฝึกฝนแบบฝึกหัดที่ช่วยให้สมองทำงานร่วมกับร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ

4.Self-Awareness: Creative and Expressive Arts Therapies for Mental Well-Being

        หัวข้อนี้พาคุณเกิดความตระหนักรู้ในตัวเองผ่านการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทำงานและการสำรวจกับประเด็นภายในจิตใจ และค้นหาวิธีที่เหมาะสมในการดูแลอารมณ์ ความรู้สึกของตัวเองผ่านการพูดคุย เครื่องมือทางศิลปะและกระบวนการสร้างสรรค์ที่หลากหลายที่ถูกออกแบบโดยนักศิลปะบำบัดผู้เชี่ยวชาญ

เหมาะกับใคร : 

  • พนักงานทุกระดับและผู้นำในองค์กร  โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการพัฒนาความตระหนักรู้ในตัวเอง การจัดการอารมณ์ และการสร้างสมดุลทางใจในชีวิตการทำงาน

 สิ่งที่จะได้รับ : 

        ผู้เข้าร่วมจะได้ พัฒนาความตระหนักรู้ในตัวเอง (Self-Awareness) เข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และความต้องการของตัวเอง พร้อมมีเครื่องมือในการดูแลอารมณ์และความเครียดอย่างสร้างสรรค์ และได้รับพื้นที่ปลอดภัยในการสำรวจและสะท้อนภายในจิตใจ

5.Mindfulness, Mental Stability, and Meditation

        หัวข้อนี้พาไปสำรวจสภาวะของความไม่มั่นคงจากส่วนลึกภายในจิตใจ ในโลกที่สถานการณ์ปัจจุบันปั่นป่วน ทำให้เราเกิดความเหนื่อยล้า ทั้งร่างกาย สมอง และจิตใจ เครียด ตึง ไม่สบายตัว และไม่สบายใจ การให้เวลากับตัวเอง ได้ออกกำลังกายและออกกำลังใจ จึงเป็นเรื่องจำเป็น 

หัวข้อนี้จะช่วยพาตัวเรากลับมามีความสมดุลอีกครั้ง ด้วยท่วงท่าที่เคลื่อนไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อม ๆ กับการกำหนดลมหายใจเข้าออก     ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างมีสติรับรู้ทุกขณะ เพื่อเป็นการสร้างความเสถียรและความสมดุลให้กับสติ

เหมาะกับใคร : 

  • พนักงานที่รู้สึกเหนื่อยล้า เครียด หรือไม่มั่นคงทางจิตใจ จากการทำงานหรือสถานการณ์ต่าง ๆ และต้องการเวลาและเครื่องมือในการฟื้นฟูความสมดุลของร่างกาย สมอง และจิตใจ เพื่อรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงทั้งในงานและชีวิตประจำวัน

 สิ่งที่จะได้รับ : 

ผู้เข้าร่วมจะได้ ฝึกMindfulness และการทำสมาธิ ผ่านการเคลื่อนไหวอย่างมีสติและการกำหนดลมหายใจ เพื่อฟื้นฟูความสมดุลของร่างกาย สมอง และจิตใจ ลดความเครียดและความเหนื่อยล้า และสร้างความเสถียรและความสงบภายในจิตใจ เพื่อรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน

6.Resilience in the Workplace

        หัวข้อนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจและพัฒนาความยืดหยุ่นทางอารมณ์ (Resilience) ในการทำงาน ผ่านชุดกิจกรรมที่พาเชื่อมต่อกับตัวเอง ทบทวนประสบการณ์ และค้นพบจุดแข็งภายในที่ช่วยให้รับมือกับความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เหมาะกับใคร : 

  • พนักงานทุกระดับและผู้นำทีมที่เผชิญความกดดัน  ความเปลี่ยนแปลง  หรือความ  ท้าทายในการทำงาน ต้องการพัฒนาความยืดหยุ่นทางอารมณ์ (Resilience) เพื่อรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นคงขึ้น เข้าใจระบบอารมณ์ของตัวเอง และสามารถดูแลตัวเอง เมื่อเกิดภาวะตึงเครียดหรือความไม่แน่นอนในการทำงาน

 สิ่งที่จะได้รับ : 

        ผู้เข้าร่วมจะได้เข้าใจพื้นฐานของ Resilience และสามารถนำไปปรับใช้กับตนเอง พร้อมเชื่อมต่ออารมณ์ สำรวจประสบการณ์ส่วนตัว และถอดบทเรียน ฝึกการฟังเสียงร่างกายผ่าน Body Scan เพื่อรับรู้สัญญาณอารมณ์และภาวะภายใน และค้นพบจุดแข็งภายใน (inner resources) เพื่อสร้างมุมมองใหม่ในการรับมือกับความยากลำบาก

7.Heal the Burnout

       กิจกรรมเกี่ยวกับการทำความเข้าใจภาวะความเครียดจากการทำงานภาวะ  burn out และการดูแลตัวเองให้กลับมาสู่ภาวะสมดุลซึ่งในเวิร์คช็อปจะทำความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองผ่านกระบวนการ satir process และ กระบวนการศิลปะแนวมนุษยปรัชญา

เหมาะกับใคร : 

  • พนักงานและผู้นำที่มีภาระงานหนัก เจอความกดดันสูง หรือรู้สึกหมดแรงจากงานประจำ 
  • ผู้ที่ดูแลคนจำนวนมาก ตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา และต้องการเข้าใจภาวะ Burnout ของตนเองและทีม 
  • ผู้ที่กำลังรู้สึกอ่อนล้า เครียดสะสม หรืออยากดูแลสุขภาพใจให้กลับมาสมดุล

 สิ่งที่จะได้รับ : 

ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Burnout ทั้งการเกิด สาเหตุ และสัญญาณเตือนของตนเอง พร้อมสำรวจภายในอย่างปลอดภัย เข้าใจปฏิกิริยาต่อความกดดัน และเห็นรูปแบบพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความเครียดสะสม ผ่าน Satir Process และเชื่อมโยงกลับมาหาตัวเองด้วยกระบวนการศิลปะเชิงมนุษยปรัชญา

8.Vocal Voyage: A Self-Care Journey through the Voice

        Vocal Voyage เป็นการผสมผสานรวบรวมทฤษฎีทางจิตวิทยาและเทคนิคการใช้เสียงมนุษย์ในเชิงดนตรีบำบัด เพื่อการสร้างความตระหนักรู้ต่อบาดแผลภายใน (trauma) ไม่ว่าจะเป็นในระดับร่างกาย ความคิด อารมณ์ ไปจนถึงจิตวิญญาณ ที่จะนำไปสู่ความเข้าใจต่อตนเองที่ชัดเจนและลึกซึ้งขึ้น และเกิดประสบการณ์ของการเยียวยาได้ในที่สุด

เหมาะกับใคร : 

  • พนักงานและผู้นำที่ต้องเผชิญความเครียด ความกดดัน หรือความเหนื่อยล้าจากการทำงาน และต้องการดูแลตัวเองในระดับร่างกาย-อารมณ์-ระบบประสาท ผ่านเทคนิค somatic และการใช้เสียง เพื่อช่วยให้กลับมาสู่ความสมดุล มีสมาธิ และอารมณ์มั่นคงขึ้นในการทำงาน

สิ่งที่จะได้รับ : 

ผู้เข้าร่วมจะได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้เสียงของตัวเองเป็นเครื่องทำความรู้จักและเข้าใจร่างกาย และจิตใจของตนเอง รวมไปถึงเรียนรู้การใช้เสียงของตนเองเป็นเครื่องมือในการดูแลเยียวยาตัวเองจากความเครียดได้ในชีวิตประจำวัน

 

1.3 หลักสูตรความสัมพันธ์ของทีม Team Relationship

หลักสูตร Team Relationship ออกแบบมาเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ภายในทีมให้แข็งแรง ผ่านการเสริมสร้างทักษะการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเข้าใจระหว่างสมาชิกในทีม หลักสูตรนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้การสร้างความไว้วางใจในทีม การยอมรับความเปราะบางของตนเองและผู้อื่น และการสื่อสารอย่างเปิดใจเพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างแท้จริง รวมถึงการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัยและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสอดคล้อง

**ซึ่งในหลักสูตรนี้จะมีหัวข้อที่เรียนรู้ด้วยกันทั้งหมดอีก 3 หัวข้อ

1.Embracing Vulnerability in the Workplace: A Pathway to Fostering Team Trust and Psychological Safety

        High-performing team มักเป็นทีมที่มี psychological safety สูง ความสามารถที่จะโอบรับและจัดการกับ Vulnerability เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างความสัมพันธ์ในทีมที่เต็มไปด้วยความไว้วางใจและความรู้สึกปลอดภัย ช่วยทลายกำแพงของ silence culture ไปจนถึง blame culture 

นอกจากนั้นยังบรรเทาบรรยากาศแห่งความกลัวและกังวลในที่ทำงาน สนับสนุนให้ทีมงานสื่อสารกันได้อย่างจริงใจ กล้าที่จะขอความช่วยเหลือ กล้าที่จะเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์ กล้าออกนอก comfort zone และยอมรับในข้อผิดพลาดมากขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้นำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่เต็มไปด้วยความเคารพและเปิดกว้าง

เหมาะกับใคร : 

  • พนักงานทั่วไป ผู้นำทีม หรือ HR ที่ต้องการส่งเสริม psychological safety ในการทำงาน 
  • สมาชิกทีมที่ต้องการเท่าทันและจัดการกับความรู้สึก Vulnerability ของตนเอง เพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงร่วมมือ (collaborative) ที่มีประสิทธิภาพ 
  • ผู้ที่ต้องการบูรณาการ Vulnerability เข้ามาในการทำงานอย่างมีวุฒิภาวะ เช่น การขอความช่วยเหลือ การเห็นต่างอย่างเคารพ และการยอมรับข้อผิดพลาดของตนเอง

สิ่งที่จะได้รับ : 

        ผู้เข้าร่วมจะได้เข้าใจ Vulnerability ในตัวเองอย่างลึกซึ้ง และเกิดทักษะในการเท่าทันความรู้สึก Vulnerability พัฒนาความเข้าใจตนเองและผู้ร่วมงานมากขึ้น  พร้อมเรียนรู้และใช้ประโยชน์จาก Vulnerability เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และประสิทธิภาพการทำงาน อีกทั้งได้พัฒนาทักษะผ่านการ ลงมือทำและเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่ม

2.Know Me, Know You, Know Team through Music Improvisation

        การสื่อสารที่แท้จริง ไม่ได้มีแค่คำพูด เสียงดนตรีที่เกิดขึ้นขณะนั้นบอกอะไรเกี่ยวกับเรา?เมื่อเราฟังกันด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่หู เราจะเห็น “มนุษย์” ที่อยู่เบื้องหลังหน้ากาก บทบาทกิจกรรมนี้จะใช้การด้นสดทางดนตรี (Improvisation) เป็นเครื่องมือสะท้อนความเป็นตัวตน ความสัมพันธ์ และพลวัตของทีม ผ่านกระบวนการแบบดนตรีบำบัด (Music Therapy-informed process)

เหมาะกับใคร : 

  • พนักงานองค์กรและกลุ่มวัยทำงาน ที่ต้องการพัฒนาการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ในทีม 
  • ผู้นำทีม, HR หรือองค์กรที่เผชิญกับความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ หรือความเครียดในการทำงานร่วมกัน 
  • ผู้ที่สนใจการพัฒนาตนเองและการฟังภายใน

สิ่งที่จะได้รับ : 

              ผู้เข้าร่วมจะได้เข้าใจตนเองและสะท้อนความรู้สึกความต้องการของตนเอง พัฒนาทักษะการฟัง การตอบสนองด้วย empathy และการยอมรับความแตกต่าง เรียนรู้การทำงานร่วมกันแบบ organic โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้นำคนเดียว และเกิดความรู้สึกเชื่อมโยง ปลอดภัยทางใจ และลดบรรยากาศการแข่งขันในทีม

3.How to Deal with Negativity in the Workplace

       หัวข้อนี้จะได้เรียนรู้  Negative Energy รูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเข้าใจและรู้เท่าทันพฤติกรรมต่าง ๆ ของตัวเอง   ได้เรียนรู้วิธีการรับมือ  หากเจอคนที่มี   Negativity  ในพื้นที่ทำงาน  

เราสามารถทำอะไรได้บ้างควรสื่อสารกับคนนั้นอย่างไร และก่อนที่เราจะไปสื่อสารกับเขาเราต้องรู้จักวิธีการจัดการอารมณ์ของตัวเองก่อน เพื่อลดอารมณ์ในการสื่อสาร รวมถึงบางครั้งเราอาจรู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนหรือหยุดคนที่มี Negativity ได้ยังไง วิธีที่มากสุดที่เราสามารถทำได้กับเขาทำอย่างไรได้บ้าง 

เหมาะกับใคร : 

  • คนวัยทำงานทุกระดับ ที่เผชิญบรรยากาศการทำงานเชิงลบ 
  • หัวหน้างาน ผู้จัดการ และผู้นำทีม ที่ต้องดูแลบรรยากาศภายในทีมให้มีความปลอดภัย และต้องการฝึกฝนทักษะในการบริหารจัดการอารมณ์ของตนเองและทีมผ่านการสื่อสารด้วยความเข้าอกเข้าใจ

สิ่งที่จะได้รับ : 

ผู้เข้าร่วมจะได้เข้าใจรูปแบบของ Negative Energy และพฤติกรรมเชิงลบในที่ทำงาน เรียนรู้วิธีรับมือและสื่อสารกับคนที่มีพฤติกรรมเชิงลบ พร้อมฝึกจัดการอารมณ์ของตนเองก่อนสื่อสาร     เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัย ลดความตึงเครียด และเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในทีม

 

1.4 หลักสูตรที่ออกแบบตามความต้องการขององค์กร Customised & Consulting

หลักสูตร Customized & Consulting ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์บริบทเฉพาะของแต่ละองค์กร ผ่านการพูดคุย รับฟัง และทำความเข้าใจเป้าหมาย สถานการณ์ที่เกิดขึ้น วัฒนธรรมองค์กร รวมถึงความต้องการขององค์กร เพื่อนำมาออกแบบหลักสูตรหรือกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์กับแต่ละองค์กร หลักสูตรสามารถปรับรูปแบบ ระยะเวลา และวิธีการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่นำไปใช้ได้จริงและยั่งยืนสำหรับองค์กรในระยะยาว