งานนี้ก็ยังไม่เสร็จ งานใหม่ก็กำลังมา ทำยังไงดี
นี่เรา ‘ทำงานหนัก’ เกินไปหรือเปล่า?
.
Work Overload หรือภาวะของการทำงานหนักจนเกินไป เป็นภาวะที่ใครหลายๆ คนที่อยู่ในวัยทำงานอาจเคยเผชิญหรือกำลังเผชิญอยู่ Work Overload เป็นภาวะที่บุคคลในองค์กรมีภาระงานที่ต้องรับผิดชอบในปริมาณที่มากเกินไป หรือมีงานที่มากเกินความสามารถ เวลาที่ตนเองมี
.
การมีงานที่ต้องรับผิดชอบที่มากจนเกินไปจะส่งผลเสียทั้งกับร่างกายและจิตใจของตนเอง ในด้านร่างกายทำให้สุขภาพแย่ลง ไม่มีเวลาพักผ่อน ในด้านของจิตใจก็มีส่วนก่อให้เกิดความเครียด วิตกกังวล และกดดันตนเองได้ อีกทั้งยังทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดน้อยลง และอาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์กับคนรอบด้านได้เช่นเดียวกัน แต่ใครหลายคนก็ทำงานหนักเกินไปจนเกิดเป็น ‘ความเคยชิน’ ได้ จนทำให้ไม่รู้ว่าตนเองกำลังตกอยู่ในภาวะของ Work Overload
.
สัญญาณที่กำลังบอกว่าเราทำงานหนักเกินไปแล้ว คือ เริ่มไม่มีเวลาดูแลตนเอง ทุกๆ ลมหายใจเข้าออกมีแต่เรื่องงาน จนลืมเรื่องราวส่วนตัวของตนเอง รู้สึกเครียด หรือรู้สึกว่าทำงานมากเท่าไหร่ก็ไม่เสร็จสักที เริ่มมีชิ้นงานใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ไม่มีเวลาได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็น หรือสัญญาณเตือนบางครั้งอาจมาในรูปแบบของอาการป่วยทางร่างกาย เช่น ปวดท้อง ปวดหัว มีอาการป่วยบ่อย เป็นต้น
.
เมื่อภาระงานของเรามากเกินไปจนส่งผลเสียกับเรา จึงจำเป็นต้องหาทางแก้ไข
.
สิ่งสำคัญคือ การจัดลำดับความสำคัญของงานว่า งานใดควรทำก่อนหรือหลังเพื่อให้เราสามารถวางแผนงานได้อย่างเป็นระบบ ไม่ทำงานหลายงานในเวลาเดียวกัน และแบ่งเวลาอย่างชัดเจนว่าเวลาใดต้องทำงานเวลาใดควรพัก หรือหากภาระงานมาตกอยู่ที่เรามากเกินไป ‘การขอความช่วยเหลือ’ จากเพื่อนร่วมงานก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของงาน และแบ่งปันความเครียดที่เรามีออกไป ในบางครั้งกำลังใจหรือแรงใจจากคนรอบข้าง ก็ช่วยให้เรามีกำลังใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น
.
หาเวลาพักจากงานที่หนักเกินไป เพื่อกลับมาให้เวลากับตัวเอง
